น่าตกใจนะ ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเกือบปีซะแล้วนะเนี่ย ที่ห่างหายจากที่นี่ไป
นับตั้งแต่วันเกิดปีที่แล้ว ก็ไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรเลย
ก็นะ วันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ ก็แค่อยากจะระบายอะไรนิดๆหน่อยๆ
ไม่ต้องไปสนใจมันมากหรอกนะครับ
ไม่ต้องอ่านก็ได้ มันก็แค่เรื่องไร้สาระของคนที่กำลังเฟลสุดๆก็เท่านั้นเอง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เอาล่ะ เริ่มเรื่องแล้วกัน
จะให้พูดก็พูดเถอะ ตัวผมก็ไม่ค่อยจะมีอะไรให้น่าชื่นชมหรอกนะ ที่ชอบวาดรูปเนี่ย ไม่ใช่เพราะึคิดว่าตัวเองเก่งหรืออะไรทั้งนั้นนะครับ
เพียงแต่พอวาดแล้ว มันมีคนชมก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองนิดๆ ล่ะมั้ง
เพราะปกติบ้านผมไม่ว่าจะทำอะไร ได้ดีแค่ไหนก็ตาม พ่อกับแม่จะไม่ค่อยชม
เพราะกลัวลูกเหลิงเกินไป แปลกแต่เป็นงี้จริงๆแหละ
ซึ่งผมก็พอจะชินแล้วล่ะมั้ง
แต่บางทีมันก็รู้สึกน้อยใจล่ะนะ เป็นเรื่องปกติของคน
ทั้งๆที่พยายามเต็มที่แล้ว แต่มันไม่ได้ ผมก็รู้สึกเศร้าเหมือนกันแหละนะ แต่สิ่งที่ได้ยินก็มักจะมีแต่ว่า
'เพราะยังพยายามไม่พอ' 'เพราะไม่ตั้งใจ' 'เพราะขี้เกียจ' และเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย จนบางทีไม่อยากจะพยายามแล้วก็มี แต่ก็ต้องทำเพราะผมรักพ่อแม่ผมมากกว่าอะไรเลย
ตอนสอบหมอไม่ได้ก็เจอแต่แบบนี้ จนตอนนี้เริ่มจะไม่ิคิดอะไรแล้ว
บ้านผมพอดีว่ามีลูกพี่ลูกน้องอายุใกล้เคียงกัน ก็เลยถูกเปรียบเทียบอยู่บ่อยๆ
ตั้งแต่โตมาก็ได้ยินแต่ว่า ทำไมทำแบบเค้าไม่ได้ ทำไมเค้าได้เกรดดีกว่า อะไรแบบนี้ทั้งนั้น
แต่ยังดีที่มีคนให้ระบายแล้วก็คอยปลอบใจบ้าง ซึ่งตอนนี้พี่ๆเค้าก็ไม่ค่อยว่างคุยกับผมแล้วหรือบางคนก็หายไปเลยก็มี
ชีวิตในวัยเด็กผม ถามว่าเหงามั้ย บางทีก็เหงานะ เพราะบ้านผมพ่อแม่ไม่มีเวลาว่างเหมือนบ้านคนอื่นเขาหรอก เพราะพ่อแม่ผมอายุเยอะแล้ว ก็ทำแต่งานหาเงินให้ผมกับน้องใช้ เพราะบ้านผมพ่อแม่แต่งงานช้า เพราะงั้นคนที่คิดว่า พ่อแม่ไปรับไปส่งที่โรงเรียนน่าเบื่อ หรือขวนขวายหาที่เรียนพิเศษต่างๆนาๆให้ ควรจะคิดซะว่าคุณน่ะโชคดีมากกว่าผมหลายเท่าเลยนะที่พ่อแม่มีเวลาว่างทำอะไรแบบนั้นให้
แต่เพราะเดี๋ยวนี้ผมอ่านหนังสือเป็น หาที่โหลดการ์ตูนมาดูได้ เล่นเกมเองเป็น มันก็เป็นอะไรที่ทำให้ห่างจากโลกความเป็นจริงไปได้นานทีเดียว เป็นการฆ่าเวลาและความเหงาที่ดีสุดๆไปเลย แต่มันก็สู้กับการที่ได้คุยกับคนที่เข้าใจเราไม่ได้หรอก ซึ่งผมก็ยังไม่เจอคนแบบนั้นซะที แม้แต่พ่อแม่ผมบางทีก็ยังไม่เข้าใจผมเลย
อาจจะเพราะผมเป็นคนที่เข้าใจยากรึเปล่า์? ก็ไม่เหมือนกันนะ
เคยมีคนถามผมว่า เกิดเป็นพี่คนโตนี่ดีมั้ย ตามความคิดเห็นผมแล้ว มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เหมือนผมจะมีข้อเสียเยอะกว่าข้อดีซะอีกนะ เพราะงั้นคนที่มีพี่แล้วคิดว่าพี่คนโตน่ะสบาย ผมขอบอกไว้เลยนะว่ามันไม่จริงเลย
บ้านผม ไม่ว่าจะอะไรก็ตามพี่ผิดเสมอ ซึ่งบางครั้งผมอยากจะตะโกนออกมาว่า ทำไมต้องเป็นผมล่ะ ผมยังไม่ได้ืำืืืืืืืืืืทำอะไรเลยนะ ทำไมทุกอย่างต้องมาลงที่ผมคนเดียว! ซึ่งจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่กล้่าำทำ เพราะผมเป็นพวกขี้ขลาดอะนะ
หลายๆคนคงถามว่า ทำไมถึงคิดว่ามันไม่ดี
ก็ไม่ดีน่ะสิ คุณคิดหรอว่า เวลาน้องสอบออกมาได้เกรดไม่ได้ ก็เจอคำพูดที่ว่า ทำไมไม่สอนน้อง ทำไมไม่ดูแลน้องดีๆ หรือไม่ก็ เพราะผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีน้องเลยเป็นแบบนี้ คุณคิดหรอว่าเวลาผมได้ยินอะไรแบบนี้แล้วผมจะรู้สึกดีที่ได้เป็นพี่ เอาจริงๆให้สอนน่ะ สอนได้ แต่เจ้าตัวไม่เอาแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ
แล้วพอผมได้คะแนนดีกว่า ก็บอกว่าพยายามได้แค่นี้หรอ
บางครั้งอาจจะได้รางวัลบ้าง แต่พอน้องเห็น น้องก็อิจฉาแล้วก็มาบอกว่า พ่อแม่รักผมมากกว่า ซะอย่างงั้น
สรุปว่า ไม่ว่าจะกรณีใด ผมผิดทุกสถานการณ์
เกิดเป็นพี่คนโต เป็นตัวลองถูกลองผิดนะครับคุณ เป็นเหมือนหนูทดลองนั่นแหละ ถ้าจะให้พูด เป็นหนูทดลองให้น้องไง พ่อแม่มักจะลองผิดลองถูกกับเราเสมอ เพื่อที่น้องจะได้ดีกว่า
บางทีก็นึกน้อยใจพ่อแม่นะ ว่าทำไมเราไม่ได้แล้วน้องเราได้
คุณอย่าคิดนะว่าจะน้อยใจแค่เีรื่องเล็กๆน้อยๆ
อย่างเวลาเล่นเกมอยู่แล้วน้องงอแงอยากเล่นบ้าง แต่เราเพิ่งได้เล่นแท้ พ่อแม่กลับบอกว่าให้น้องเล่นไปสิ เป็นพี่ต้องเสียสละ อันนี้ผมไม่น้อยใจหรอก จะน้อยใจไปทำบ้าอะไร ผมไม่น้อยใจด้วยเรื่องแค่นี้หรอกนะ ผมรักน้องผมจะตาย มีอะไรก็ให้หมด
ทั้งๆที่เจ้าตัวไปบอกคนอื่นว่าพี่ไม่ดี พ่อแม่รักพี่มากกว่า รู้มา แต่ไม่บอกกับเจ้าตัวตรงๆหรอก อยากให้เจ้าตัวคิดได้เองมากกว่า
เรื่องที่ผมเสียใจมากที่สุดก็คือตอนม.3จะขึ้นม.4 ช่วงนั้นผมอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นมากๆ ตอนนี้ก็ยังอยากอยู่นะ ผมขอพ่อแม่ไปสอบดู เผื่อว่าติดจะได้ไปเรียน พ่อแม่ก็ให้ไปสอบ ติดด้วย แต่ไม่ให้ไป ผมร้องไห้แทบตายยังไงพ่อกับแม่ก็ไม่ให้ จนผมล้มเลิกเรื่องนั้นไป ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคิดว่าพ่อแม่คงเป็นห่วง อะไรแบบนั้น
พ่อกับแม่บอกว่า ถ้าอยากไปก็สอบชิงทุนไปสิ ซึ่งผมก็สอบติด แต่มันที่อเมริกา ช่วงนั้นมันไม่ค่อยมีแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น นอกจากเอเอฟเอสล่ะมั้ง ซึ่งยากสุดๆ ติดนะ แต่ตกสัมภาษณ์ เพราะผมเป็นคนขี้อาย จนถึงทุกวันนี้พ่อแม่ก็ยังเอาเรื่องนี้มาพูดอยู่เลย - - ก็ได้ไปเรียนอเมริกามาปีนึงตอนอยู่ม.5 เพราะตอนม.4อายุไม่ถึง - -"
แต่พอน้องจบม.3 พ่อกลับถามน้องตรงๆเลยว่า อยากไปเรียนม.ปลายที่ต่างประเทศมั้ย พ่อจะได้ส่งไป ตอนผมได้ยินนี่แบบแทบช็อค ทำไมทีเราขอ ร้องไห้สามวันสามคืนให้ตายก็ไม่ให้ไป แต่พ่อกลับถามน้องว่า อยากไปเรียนที่ไหน พ่อจะได้ส่งไป
นิวซีแลนด์ค่าเรียนก็ใช่ว่าจะถูกกว่าญี่ปุ่นซะเมื่อไหร่ ถ้าราคามันแพงกว่ากันเยอะผมก็ไม่คิดมากหรอก แต่นี่มันราคาพอๆกันแท้ๆ
แต่น้องดันไม่ไป เพราะติดเพื่อน ติดโรงเรียน
เอาจริงๆตอนแรกๆก็ไม่ได้น้อยใจอะไรมากหรอกนะ แต่พอรู้ว่าน้องไปบอกเพื่อนๆ พี่ๆคนอื่นว่า พ่อแม่รักพี่มากกว่าเขาเท่านั้นแหละ น้ำตามันไหลเลยนะ อยากจะเดินเข้าไปถามว่าเพราะอะไรทำให้คิดแบบนั้นกัน ผมทำอะไรผิดหรอ ถึงทำให้น้องเกลียดผมขนาดนั้น
ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ เรื่องมหาวิทยาลัยก็เหมือนเดิม ผมขอไปไม่ให้ แต่จะส่งน้องไป น้องก็ยังคิดเหมือนเดิมว่า พ่อแม่รักพี่มากกว่า จนตอนนี้ขี้เกียจจะฟัง แต่บางทีคุยกับน้องเรื่องอื่นก็ช่วยระบายได้เยอะเหมือนกันแหละ ก็ดีกว่าไม่มีน้องนะ เพราะงั้นใครมีน้องก็รักน้องให้มากๆแล้วกันครับ ผมก็รักน้องผมเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะคิดอะไรก็ตามก็รักนะ ก็น้องนี่นา
วันนี้ที่มาระบายเพราะมันทนไม่ได้แล้วล่ะมั้ง
วันนี้ขับรถกลับบ้านพร้อมพ่อ พ่อถามว่าเงินที่ให้ไปพันนึงหมดรึยัง พอผมบอกว่าหมดแล้วเท่านั้นแหละ เรื่องมันก็เริ่ม ว่าทำไมใช้เงินเยอะแบบนี้ อย่างงั้นอย่างงี้ เป็นเรื่องปกติที่ผมจะได้ยิน แต่เวลาน้องอยู่ไม่พูดนะ พูดกับพี่คนเดียวแหละ ทั้งๆที่คนใช้เงินไม่ใช่พี่คนเดียว แถมไอสิ่งที่ใช้ไปอะก็ของจำเป็นทั้งนั้น ทั้งน้ำมัน ซื้อของมาใส่ตู้เย็น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ท ผมนี่แหละเป็นคนจ่าย เงินที่ให้มายังไม่พอด้วยซ้ำ
พอผมบอกว่า มันไม่พอ ก็หาว่าใช้เงินเก่ง
ค่าโทรศัพท์มือถือมา800กว่าบาท โดนด่าแล้ว ทำไมใช้เงินเยอะแบบนี้
ทั้งๆที่ผมแทบไม่ได้ใช้มือถือเพื่อตัวเองเลย
ชีวิตนี้ วันๆนึงผมใช้โทรศัพท์แค่โทรหาแม่ว่า อยากกินอะไรมั้ยจะได้ซื้อเข้าไปให้ หรือต้องซื้ออะไรเข้าบ้านบ้างมั้ย แค่นี้แหละ
ที่เหลือหรอ
เบนซ์โทรไปหาคนนี้หน่อย เบนซ์โทรไปหาคนโน้นหน่อย เบนซ์ยืมโทรศัพท์หน่อย
เยี่ยมเลย
พอถามว่า เอ้า ทำไมไม่ใช้โทรศัพท์ตัวเอง พ่อแม่ก็ด่าอีกยืมแค่นี้ไม่ได้ใช่มั้ย OTL llll
สรุป ตรูผิดตลอดศก ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม
การอยู่ในห้องนอนตัวเองแล้วนั่งจินตนาการเรื่องราวต่างๆในหัวตัวเองมันเป็นเรื่องที่มีความสุขที่สุดสำหรับผมแล้วมั้งตอนนี้ ใครอยากจะออกจากโลกความเป็นจริงซักพักก็ทำเหมือนผมได้นะ ลองคิดว่าคุณเป็นฮีโร่ช่วยคน หรือมีคนชมคุณแล้วคุณจะรู้สึกดีมากๆเลยนะ
วาดรูปก็เป็นการคลายเครียดอย่างนึงนะ ความจริงมีเพิ่มหลายรูปแล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้เอามาลง ไว้เดี๋ยวจะเอามาลงให้ดู แฮะๆ
ว่างๆก็มาทักทายหน้าเฟสได้นะครับ ผมเล่นเฟสเกือบทุกวัน
ช่วงนี้ปิดเทอมเลยมีเวลาว่างบ้าง หาอะไรทำคลายเครียดได้เยอะอยู่
เรียนวิศวะคอมใช่ว่าจะสบายกว่าหมอซะหน่อยนะ
ฮ้า วันนี้ยาวมากเลยแฮะ แต่ได้ระบายก็ดีแล้ว รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอเหมือนเดิม
ไปนอนพักผ่อนสมองบ้างก็ดีเหมือนกัน
เพราะงั้นขอลา ณ ที่นี่ แต่เดี๋ยวจะกลับมาพร้อมรูปวาด ถ้าผมไม่ลืมนะ
ใครอยากดูก็เข้าไปชมในเฟสได้ หรือ ทวงๆมาก็ได้นะ ฮะๆ
คืนนี้ก็ฝันดีราตรีสวัสดิ์นะครับทุกคน
''รักทุกคนคร้าบ♥♥♥ ''